แผนธุรกิจ

โครงสร้างแผนธุรกิจ สำหรับ SMEs
1. บทสรุปผู้บริหาร

•  ความเป็นมาและสถานะของกิจการในปัจจุบัน
–  ชื่อและที่ตั้งกิจการ / ชื่อผู้บริหารที่สำคัญ / ประเภทสินค้าที่ขาย / ยี่ห้อสินค้า (ถ้ามี)
–  กลุ่มลูกค้าหลัก / ส่วนแบ่งตลาด / คู่แข่งที่สำคัญความสามารถในการแข่งขันของกิจการ
–  ฐานะของกิจการ (เงินทุน-เงินกู้) และผลประกอบการในปัจจุบัน
•  โอกาสทางธุรกิจ และแนวคิดในการจัดทำโครงการ
–  ความเป็นมาของโครงการ / วัตถุประสงค์ของโครงการ (เพื่อขยายสาขา / เพื่อจัดตั้งกิจการใหม่ / เพื่อปรับปรุงกิจการ)
–  การลงทุนในโครงการ และแหล่งที่มาของเงินทุน
•  วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผนธุรกิจ (เพื่อขอสินเชื่อ , หาผู้ร่วมลงทุน หรือปรับปรุงกิจการ เป็นต้น )
•  กลยุทธ์ในการบริหารโครงการ
–  ด้านการจัดการ / การจัดซื้อสินค้าและการบริหารสินค้าคงคลัง / การตลาด และการเงิน
•  ผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการ
–  ระยะเวลาคืนทุน (Pay -back Period)
–  จุดคุ้มทุน ( Break-even Point )
–  มูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุน (NPV)
–  อัตราผลตอบแทนของการลงทุน (IRR)

2. ความเป็นมาของโครงการ
•  ประวัติ และความเป็นมาของกิจการ
–  แนวความคิดในการก่อตั้งกิจการ
–  ผู้ก่อตั้งกิจการ
–  ปีที่ก่อตั้ง
–  ทุนจดทะเ บี ยน / ทุนที่ชำระแล้ว
–  การเติบโตของกิจการ (ได้แก่ การเพิ่มทุน การลงทุนขยายกิจการ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารฯลฯ)
–  ความสำเร็จครั้งสำคัญของกิจการ (ถ้ามี)
•  รายชื่อหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น และสัดส่วนหุ้นที่ถือครอง
•  ประวัติของหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น
•  สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา (ย้อนหลัง 3 ปี)
•  กรณีที่เป็นโครงการใหม่ ให้ระบุชัดเจนว่าจะเริ่มดำเนินงานเมื่อใด (จัดทำเป็นตารางแสดงขั้นตอนและระยะเวลาในการจัดตั้งจนถึงวันเริ่มดำเนินงาน)

3. การวิเคราะห์อุตสาหกรรม
•  ภาพรวมของอุตสาหกรรม
•  แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม
•  มาตรฐานในการประกอบการในอุตสาหกรรม ( เช่น ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO, QS, GMP, H A CCP ฯลฯ ) ตลอดจน Benchmark อื่น ๆ ที่สำคัญในอุตสาหกรรม
•  นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ (ถ้ามี)

4. การวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT A nalysis)
•  จุดแข็งของกิจการ : ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง
•  จุดอ่อนของกิจการ : ปัจจัยภายในที่ทำให้กิจการมีความเสียเปรียบในการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลัก / คู่แข่งรอง
•  โอกาสของธุรกิจ : ปัจจัยภายนอกที่จะเสริมให้กิจการเติบโตต่อไปในอนาคต
•  อุปสรรคของธุรกิจ : ปัจจัยภายนอกที่จะทำให้กิจการไม่รุ่งเรือง หรือเติบโตช้า

5. วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย (Vision, Mission & Goals)
•  วิสัยทัศน์ ( Vision ) คือ ภาพของกิจการที่ต้องการจะเป็นในอนาคต โดยมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริงในปัจจุบัน
•  พันธกิจ ( Mission ) คือ งานที่ต้องทำเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของกิจการ
•  เป้าหมาย ( Goal ) คือ การกำหนดผลลัพธ์ที่ต้องการจากพันธกิจของกิจการ โดยกำหนดเป็นข้อ ๆ แบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้น (1 ปี) ระยะปานกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (5 ปีขึ้นไป) ทั้งนี้เป้าหมายในแต่ละระยะเวลาควรสอดคล้องกัน สามารถวัดผลได้ และระบุเวลาที่แล้วเสร็จอย่างชัดเจน

6. แผนเชิงกลยุทธ์
•  กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Level Strategy) คือสิ่งที่บอกถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของกิจการ ได้แก่
•   มุ่งเน้นการเติบโต (Growth Strategy) เป็นการขยายธุรกิจไปในทิศทางต่าง ๆ เช่น
– ลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เกื้อหนุนธุรกิจเดิม โดยเป็นธุรกิจที่อยู่ต้นทางหรือ ปลา ยทางของธุรกิจเดิม
( Forward – Backward Integration )
– ลงทุนในธุรกิจใหม่ที่แตกต่างไปจากธุรกิจเดิมโดยสิ้นเชิง ( Conglomerate Diversification) เพื่อกระจายความเสี่ยงของการลงทุน
– จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ( A lliance Strategy ) เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ธุรกิจเดิมโดย
ไม่ต้องลงทุนเอง
•  กลยุทธ์คงตัว (Stability Strategy) ไม่มีการลงทุนใด ๆ ในช่วงนี้ แต่มุ่งเน้นในธุรกิจเดิมให้เข้มแข็ง
•  การลดขนาดกิจการ ( Retrenchment Strategy )
– ขายทิ้งกิจการบางส่วน (ที่ไม่ทำกำไร หรือขาดทุน)
– ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ( Restructure)
•  กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Level Strategy) คือ การดึงจุดเด่นขององค์กรขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์และ ส่งเสริมกลยุทธ์ระดับองค์กร
•  เป็นผู้นำด้านต้นทุน (ที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน) ( Cost Leadership Strategy) ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาถูกกว่าคู่แข่ง
•  เน้นความแตกต่างของสินค้า ( Differentiation Strategy) สามารถสร้าง Value A dded ใหม่ ๆ ให้กับสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของผู้บริโภค
•  มุ่งเน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ( Focus Strategy) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ทำให้กิจการสามารถตั้งราคาสินค้าได้สูงขึ้น
•  กลยุทธ์ระดับปฏิบัติการ (Functional Level Strategies) ในด้านต่างๆ ได้แก่
•  การบริหารจัดการ เป็นการสร้างระบบการบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุตามกลยุทธ์ระดับธุรกิจ
•  การตลาด เป็นการกำหนดแผนงานด้านการตลาดเพื่อให้บรรลุตามกลยุทธ์ระดับธุรกิจ
•  การจัดซื้อสินค้า เป็นการกำหนดแผนงานด้านการจัดซื้อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับธุรกิจ
•  การเงิน เป็นการกำหนดแผนงานด้านการเงินให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับธุรกิจ

7.  แผนการบริหารจัดการ
(ก่อนและหลังการดำเนินการตามโครงการใหม่)
•  รูปแบบธุรกิจ (กิจการเจ้าของคนเดียว ,ห้างหุ้นส่วน ,บริษัทจำกัด ฯลฯ)
•  โครงสร้างองค์กร และผังบริหาร
•  ทีมผู้บริหารและหลักการบริหารงาน
•  รายชื่อคณะกรรมการ และกรรมการบริหาร
•  ลักษณะการบริหารงาน (เช่นการรวมอำนาจ หรือกระจายอำนาจ เป็นต้น)
กรณีการจัดตั้งกิจการใหม่ ให้แสดงความสัมพันธ์ของการบริหารงานระหว่างกิจการเดิมและ กิจการใหม่ให้ชัดเจน
•  แผนด้านบุคลากร
•  กำลังคนในปัจจุบัน อัตราการหมุนเวียนของพนักงาน และแผนด้านกำลังคน (การสรรหา และ จัดเตรียมบุคลากร)
•  แผนพัฒนาบุคลากร
•  ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษากฎหมาย ( ถ้ามี )
•  พันธมิตรทางธุรกิจ และการให้ความช่วยเหลือ ( ถ้ามี )
•  สรุปจุดเด่น ปัญหา และเป้าหมายทางการจัดการ บริหารงานโครงการ
•  สรุปจุดเด่นด้านการจัดการ บริหารงานโครงการ
•  สรุปปัญหาที่สำคัญด้านการจัดการ บริหารงานโครงการ
•  เป้าหมายทางการจัดการที่ต้องการตามแผนกลยุทธ์
•  งบประมาณที่ต้องใช้ด้านการจัดการ

8.  แผนการตลาด
(ก่อนและหลังการดำเนินการตามโครงการใหม่)
•  ภาพรวมของตลาด
1  สภาวะทั่วไปของตลาด อธิบายย้อนหลัง 3 ปี และคาดการณ์ล่วงหน้า 3 ปี (ระบุที่มาของสมมติฐาน)
2.  ขนาด หรือมูลค่าการซื้อขายของตลาด (ระบุที่มาของตัวเลขหรือสมมติฐาน และข้อจำกัดในการประมาณการด้วย)
3.  ปริมาณความต้องการของตลาด / จำนวนผู้ซื้อในตลาด
4.  ปริมาณการค้าเพื่อตอบสนองตลาด / จำนวนผู้ค้าในตลาด
•  ผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่าย
1.  ลักษณะและจุดเด่นผลิตภัณฑ์
2.   การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (ภาพที่ต้องการให้เป็นในสายตาของผู้บริโภค)
3.   ภาพตั วอ ย่างของผลิตภัณฑ์ / สถานที่จัดจำหน่าย
4.   พื้นที่จำหน่าย และตลาดเป้าหมาย (ระบุให้ชัดเจนว่าเป็นตลาดระดับท้องถิ่น หรือตลาดระดับประเทศ)
5.   ยอดขาย และส่วนแบ่งตลาด
•  กลุ่มลูกค้า
1.  ลูกค้าเป้าหมายคือใคร
2.  ลูกค้ารายใหญ่ของกิจการ 5 อันดับแรก แจก แจง ยอดขายสำหรับลูกค้าแต่ละราย และความสัมพันธ์กับลูกค้ารายพิเศษ (ถ้ามี)
3.  กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในอนาคตของโครงการคือใคร (สามารถขยายฐานลูกค้าได้หรือไม่)
•  การแข่งขัน และคู่แข่ง
1.  สภาพการแข่งขันในตลาดปัจจุบัน
2.  คู่แข่งหลัก / คู่แข่งรองของกิจการ
3.  เปรียบเทียบยอดขาย หรือส่วนแบ่งตลาดของกิจการกับคู่แข่งหลัก
4.   เปรียบเทียบจุดแข็ง-จุดอ่อนระหว่างผลิตภัณฑ์ของกิจการกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง
5.  ลูกค้ากลุ่มเดิมมีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งหรือไม่
6.  แนวโน้มการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่
•  กลยุทธ์ทางการตลาด
1.   กลยุทธ์ด้านสินค้า / บริการ
2.   กลยุทธ์ด้านราคา
3.   กลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่าย
4.   กลยุทธ์ด้านส่งเสริมการตลาดและการขาย
•  สรุปจุดเด่น ปัญหา และเป้าหมายทางการตลาด
1.  สรุปจุดเด่นด้านการตลาด
2.  สรุปปัญหาที่สำคัญด้านการตลาด
3.  ยอดขาย / ส่วนแบ่งตลาด และเป้าหมายทางการตลาดอื่นๆ ที่ต้องการตามแผนกลยุทธ์
4.  งบประมาณที่ต้องใช้ด้านการตลาด

9.  การวิเคราะห์ด้านเทคนิค หรือ กระบวนการซื้อมา-ขายไปของกิจการ
( ก่อนและหลังการดำเนินการตามโครงการใหม่)
•  กระบวนการจัดซื้อสินค้าของกิจการ และกระบวนการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า ( แสดงในรูป Flow Chart)
•  ทำเลที่ตั้ง และแผนผังสถานที่ตั้งร้านค้า และคลังสินค้า (ถ้ามี)
1.   แผนที่ร้านค้า / คลังสินค้า (ถ้ามี)
2.   แผนผังภายในร้านค้า / คลังสินค้า (ถ้ามี)
3.  จำนวนพื้นที่ใช้สอย
4.  การได้มาซึ่งพื้นที่ (ซื้อหรือเช่า ระบุรายละเอียดการชำระเงิน ในกรณีที่เป็นการเช่าให้ระบุปีที่สัญญาเช่าหมดอายุ)
•  สินทรัพย์ที่ใช้ในการซื้อ-ขายสินค้า
1.  รายการเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่สำคัญ (หากยังอยู่ระหว่างการชำระเงิน ให้ระบุรายละเอียด เงื่อนไขการชำระเงิน)
2.  อายุการใช้งาน
3.  การซ่อมแซม/บำรุง รัก ษาเครื่องจักรและอุปกรณ์
•  ต้นทุนสินค้าที่ขาย
1.  สินค้าสำคัญและซัพพลายเออร์หลักที่กิจการติดต่อด้วย
2.  สัดส่วนต้นทุนของกิจการ (ต้นทุนสินค้าที่ขาย และต้นทุนค่าบริหาร)
3.  พยากรณ์ยอดซื้อสินค้า
•  การบริหารสินค้าคงคลัง และนโยบายสินค้าคงคลัง
•  การควบคุมคุณภาพการจัดซื้อสินค้า
•  สรุปจุดเด่น ปัญหา และเป้าหมายทางการซื้อ-ขายสินค้า
1.  สรุปจุดเด่นด้านการซื้อ-ขายสินค้า
2.  สรุปปัญหาที่สำคัญด้านการซื้อ-ขายสินค้า
3.  เป้าหมายทางการซื้อ-ขายสินค้าที่ต้องการตามแผนกลยุทธ์
4.  งบประมาณที่ต้องใช้ด้านการจัดซื้อสินค้า / คลังสินค้า

10. แผนการเงิน
•  การลงทุนในกิจการ ( ก่อน การดำเนินงานตามโครงการ)

รายการ
แหล่งที่มา
รวม
ส่วนของเจ้าของ
เจ้าหนี้(กู้ยืม)
1. สินทรัพย์ถาวร
1.1 ที่ดิน
1.2 อาคาร
1.3 เครื่องจักร/อุปกรณ์
1.4 รถยนต์
1.5 เครื่องใช้สำนักงาน
1.6 อื่นๆ
รวมสินทรัพย์ถาวร
2.ค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงาน
รวมค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงาน
3. เงินทุนหมุนเวียน
3.1 สินค้าคงเหลือเตรียมไว้ขาย
3.2 สินค้าที่ขายเป็นเงินเชื่อ
3.3 เงินสดสำรองไว้ใช้ในการดำเนินงาน
รวมเงินทุนหมุนเวียน
รวมต้นทุนโครงการทั้งสิ้น
อัตราส่วนเจ้าของ/เงินกู้

รายละเอียดเงินกู้ยืม (ถ้ามี)
– ประเภทและวงเงินกู้
– วัตถุประสงค์ของเงินกู้
– อัตราดอกเบี้ย
– การชำระคืนเงินต้น
– ระยะเวลาปลอดหนี้
– หลักประกันเงินกู้
•  การลงทุนในโครงการใหม่

รายการ
แหล่งที่มา
รวม
ส่วนของเจ้าของ
เจ้าหนี้(กู้ยืม)
1. สินทรัพย์ถาวร
1.1 ที่ดิน
1.2 อาคาร
1.3 เครื่องจักร/อุปกรณ์
1.4 รถยนต์
1.5 เครื่องใช้สำนักงาน
1.6 อื่นๆ
รวมสินทรัพย์ถาวร
2.ค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงาน
รวมค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงาน
3. เงินทุนหมุนเวียน
3.1 สินค้าคงเหลือเตรียมไว้ขาย
3.2 สินค้าที่ขายเป็นเงินเชื่อ
3.3 เงินสดสำรองไว้ใช้ในการดำเนินงาน
รวมเงินทุนหมุนเวียน
รวมต้นทุนโครงการทั้งสิ้น
อัตราส่วนเจ้าของ/เงินกู้

•  แหล่งเงินที่ประสงค์จะขอกู้
•  รายละเอียดเงินกู้ยืม (ถ้ามี)
– ประเภทและวงเงินกู้
– วัตถุประสงค์ของเงินกู้
– อัตราดอกเบี ้ย
– การชำระคืนเงินต้น
– ระยะเวลาปลอดหนี้
– หลักประกันเงินกู้
•  ประมาณการทางการเงินของกิจการในอนาคต 3-5 ปี
•  สมมติฐานทางการบัญชีและการเงิน
–  อัตราการเพิ่ม/ลดของยอดขาย ต้นทุนสินค้าที่ขาย และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน แต่ละปี
–  อัตราดอกเ บี ้ยจ่าย ประมาณจากอัตราดอกเ บี ้ยจ่ายของวงเงินกู้เดิม และวงเงินกู้ใหม่ที่
คาดว่าจะกู้เพิ่ม
–  สัดส่วนการขายเงินสด : ขายเงินเชื่อ
–  ระยะเวลาในการให้เครดิตแก่ลูกค้า
–  นโยบายการให้ส่วนลดการค้า และส่วนลดเงินสด (ถ้ามี)
–  ระยะเวลาที่ได้รับเครดิตจากเจ้าหนี้การค้า
–  ระยะเวลาในการเก็บ รัก ษาสินค้าคงคลัง
–  วิธีการตัดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ถาวรแต่ละประเภท
–  อัตราภาษีเงินได้
•  ประมาณการงบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด โดย
–  ประมาณการปีที่ 1 เป็นรายเดือน
–  ประมาณการปีที่ 2 และ 3 เป็นรายไตรมาส
–  ประมาณการหลังปีที่ 3 เป็นรายปี ( ถ้ามี )
•  การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน
•  อัตราส่วนวัดสภาพคล่อง หรือความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้น ( Liquidity Ratio)
–  อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio)
–  อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio)
•  อัตราส่วนวัดความสามารถในการทำกำไร ( Profitability Ratio )
–  อัตรากำไรขั้นต้น ( Gross Profit Margin Ratio )
–  อัตรากำไรจากการดำเนินงาน ( Operating Profit Margin Ratio )
–  กำไรสุทธิต่อยอดขาย (Net Profit Margin)
–  อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์รวม ( Return on A sset – RO A )
–  อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น ( Return on Equity – ROE)
•  อัตราส่วนวัดประสิทธิภาพการจัดการเงินทุนหมุนเวียน ( Working Capital Management Ratio)
–  อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม (Total A ssets Turnover Ratio)
–  ระยะเวลาในการจัดเก็บหนี้ ( A verage Collection Period – Day )
–  ระยะเวลาในการชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า ( A ccount Payable Turnover – Day )
–  ระยะเวลาการเก็บสินค้าคงคลัง ( Inventory Turnover – Day )
•  อัตราส่วนวัดความสามารถในการชำระหนี้ และความสามารถในการก่อหนี้เพิ่ม
–  อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์รวม ( Debt Ratio)
–  อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ( Debt to Equity Ratio)
–  อัตราส่วนแสดงความสามารถในการชำระดอกเบี้ยจ่าย ( Interest Coverage Ratio)
•  วิเคราะห์การเติบโตของกิจการและแนวโน้มการเติบโต ( Trend A nalysis )

รายการวิเคราะห์ ย้อนหลังปีที่ 2 ย้อนหลังปีที่ 1 ปีปัจจุบัน คาดการณ์ปีที่ 1 คาดการณ์ปีที่ 2
ยอดขาย
ต้นทุนขาย
กำไรขั้นต้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
กำไรจากการดำเนินงาน
กำไรสุทธิ
สินทรัพย์รวม
หนี้สินรวม

•  วิเคราะห์อัตราผลตอบแทนของการลงทุน
•  ระยะเวลาคืนทุน ( Pay-back Period )
•  จุดคุ้มทุน ( Brake-even Point )
•  มูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุน (Net Present Value : NPV )
•  อัตราผลตอบแทนของโครงการ (Internal Rate of Return : IRR) )
•  สรุปจุดเด่น ปัญหา และเป้าหมายทางการเงิน
•  สรุปจุดเด่นด้านการเงิน
•  สรุปปัญหาที่สำคัญด้านการเงิน
•  เป้าหมายทางการเงินที่ต้องการตามแผนกลยุทธ์
11.  การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ
•  ปัจจัยที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ
•  ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ผลกระทบต่อโครงการ และแผนรองรับ (แนวทางการแก้ไข)

ปัญหา ผลกระทบ แนวทางแก้ไข
1. มีคู่แข่งเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น  
2. ต้นทุนสินค้าสูงกว่าที่ประมาณการไว้    
3. คู่แข่งตัดราคาขาย    
4. มีปัญหากับหุ้นส่วน    
5. เศรษฐกิจตกต่ำทำให้ความต้องการ สินค้าลดลง    
6. ฯลฯ    

•  การประเมินสถานการณ์จำลอง ( Sensitivity A nalysis)
•  กรณีที่ดีกว่าปกติ ( Best Case ) เช่น ยอดขายเพิ่ม 10%
•  กรณีปกติ ( Base Case ) ยอดประมาณการปัจจุบัน
•  กรณีที่ต่ำกว่าปกติ ( Worst Case ) เช่น ยอดขายลด 10%

12. แผนการปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบการ เช่น
•  การปรับปรุงระบบบัญชี / ระบบบัญชีสินค้าคงคลัง / การขนส่ง / การจัดเก็บ / ระบบการผลิต / การตลาด
•  การขอรับรองระบบมาตรฐาน เช่น ISO, GMP, H A CCP และอื่นๆ ที่จำเป็น

13. ภาคผนวก
( แหล่งที่มาของข้อมูล และสำเนาเอกสารต่างๆ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามและประทับตรา (ถ้ามี) )

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s